คณะสงฆ์หนกลาง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.59 น. ที่บริเวณลานหน้าพระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง นำคณะพระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลาง กว่า 3,000 รูป ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , ผู้แทนประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมในพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมากสำหรับ “นวัคคหายุสมธัมม์” (นะ-วัก-คะ-หา-ยุ-สะ-มะ-ทำ) แปลว่า ธรรมที่เสมอด้วยอายุแห่งการกำหนดด้วยองค์เก้าหรือธรรมเป็นเครื่องเสมออายุด้วยนพเคราะห์ ปกติจะนิยมสวดในการทำบุญอายุตามหลักทางโหราศาสตร์ แต่นัยสำคัญ หากแต่เป็นการสอดแทรกหลักธรรมอยู่ภายใน มุ่งหวังการนำไปปฏิบัติมากกว่า เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทว) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปฐมเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ที่รวบรวมพระธรรมต่างๆ ในหลายพระสูตร อันมีข้อธรรมเท่าจำนวนเกณฑ์กำลังเทวดานพเคราะห์ตามหลักโหราศาสตร์ไทย

 

โดยทรงนิพนธ์บทขัดตำนานสำหรับพระธรรมบทนั้นด้วย เมื่อคราวบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษาครบ 50 ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ เมื่อปี 2412 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) นวัคคหายุสมธัมม์ ที่ทรงนิพนธ์ขึ้นใหม่นี้ ใช้เจริญพระพุทธมนต์ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยให้โหรบูชาเชิญเทวดานพเคราะห์มาฟังสวดพระพุทธมนต์ทีละองค์ และให้พระสงฆ์ สวดพระธรรมสำหรับเทวดาองค์นั้น สวดสลับกันไปกับโหรบูชา มีข้อความเป็นภาษาบาลี เมื่อแปลแล้วจะได้หัวข้อธรรม ในเนื้อหาและข้อธรรมส่วนใหญ่ในบทเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ มุ่งเน้นคุณธรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ควรประพฤติให้เกิดมีในตน และชักนำให้บุคคลเข้าสู่เขตบุญพุทธศาสนา